คมช.จวก 'อ๋อย' ขัดคำสั่ง!ยังเคลื่อนไหวจี้ สตช.-กกต
 
  คมช.จวก 'อ๋อย' ขัดคำสั่ง! ยังเคลื่อนไหวจี้ สตช.-กกต.เล่นงานหนัก
   

คมช.เปิดเกมเชือดไก่สั่ง สตช.เล่นงาน “เสี่ยอ๋อย” ฐานลองของประกาศ คปค.ฉบับที่ 15 และ 27 ที่ห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรม "อ๋อย" ยันพบปะประชาชนไม่ผิดกฎหมาย "กุเทพ" ขอฟังเหตุผล คมช. ถ้ารับได้ไม่มีปัญหา ถ้าไร้เหตุผลก็จะสู้ถึง ที่สุด "มาร์ค" เตือนให้ผ่อนปรนการเคลื่อนไหว ชี้เป็นธรรมชาติของนักการเมือง เตือนบีบมากประชาชนอาจทนไม่ไหว ด้าน "สพรั่ง" แย้มคนใน คมช.โดดเล่นการเมืองเต็มตัว เตรียมส่งตัวแทนเข้าไปนั่งเก้าอี้รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ปัด ไม่ขอรับตำแหน่งรู้ตัวเองไม่เหมาะ ด้าน ครม.ไฟเขียวแก้ไขกฎหมายฟอกเงิน พร้อมเพิ่มอีก 8 มูลฐานความผิด หวังมัดตัวนักการเมืองที่บงการต้องมีโทษเหมือนคนที่ทำผิด ขณะที่ "พี่หนา" ขึ้นเบิกความยุบพรรค เผยหลุดจากตำแหน่งก่อน รู้ความจริง ด้านตำรวจสรุปกุหลาบแก้วเป็นนอมินี คาดสัปดาห์หน้าตั้งข้อหาได้

ครม..เห็นชอบ.ก.ม.ฟอกเงิน
 เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุม ครม.กลุ่มดารานักแสดง "พาวเวอร์ทรี" จากสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 นำโดย "น้องเมจิ" น.ส.พิมพ์อักษิพร วิน โกมินทร์ ได้พาบรรดานักแสดงมาติดดอกบัวให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และ ครม. รวมทั้งเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ วันมาฆบูชา
 
พล.อ.สุรยุทธ์แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบในการแก้ไขกฎหมายและมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น โดยพยายามจะไม่ให้อำนาจการบริหารเข้าไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินการตรวจสอบทางการเงินต่าง ๆ และจะทำให้ ปปง.มีการตรวจสอบและถ่วงดุลในการดำเนินการมากขึ้น

เพิ่มอีก.8.มูลฐานความผิด
 ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ตามที่ รมว.ยุติธรรมเสนอ โดยเพิ่มความผิดมูลฐาน อีก 8 ข้อ ได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับการใช้ยึดถือหรือครอบครองทรัพยากรธรรมชาติและกระบวนการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรม ชาติโดยมิชอบ ความผิดเกี่ยวกับควบคุมแลกเปลี่ยนเงิน ความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็น ธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ ความผิดเกี่ยวกับการพนัน ความผิดเกี่ยวกับการค้าอาวุธ ความผิดเกี่ยวกับการสมยอมในการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐและการกีดกันการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงแรงงาน และความผิดเกี่ยวกับสุรา ยาสูบ
 
ร.อ.นพ.ยงยุทธกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังกำหนดให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหมายถึง ทรัพย์สินหรือเงินได้มาจากการกระทำ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานหรือความผิดฐานฟอกเงิน หรือจากการสนับสนุนหรือช่วยเหลือการกระทำซึ่งเป็นความผิดมูลฐานหรือความผิดฐานฟอกเงิน และให้รวมถึงเงินหรือทรัพย์สินที่มีไว้เพื่อใช้หรือสนับสนุนการกระทำความผิดมูลฐาน ด้วย รวมทั้งกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เป็นตัวการ ผู้ใช้ ผู้โฆษณาหรือผู้สนับสนุนตาม พ.ร.บ.นี้ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำ ผิดด้วย และยังแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ปปง. โดยเปลี่ยน จากนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มาเป็น รมว.ยุติธรรมเป็นประธาน

ออกกฎเหล็กป้องกันความลับรั่ว
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของการประชุม ครม.นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รมว. ไอซีที ได้หารือกรณีที่มีความลับรั่วไหลออกจากที่ประชุม โดยเสนอให้ ครม.ยกเว้นการประชุม ครม.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ และให้มีการตรวจตราเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เข้าร่วมประชุม รวมทั้งผู้เข้าร่วมชี้แจง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแอบ นำเครื่องบันทึกเสียงหรือเทปไปบันทึกเสียงการประชุมใน ครม. นอกจากนี้การบันทึกเทปการ ประชุม ที่ทำอยู่ในปัจจุบันก็ให้ยกเลิกไปด้วย เพราะถือว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากบางครั้งพบว่ามีความลับรั่วไหลออกไปนอกห้องประชุม ทั้งนี้นายกฯ ก็ได้เห็นชอบตามที่นายสิทธิชัยเสนอและให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ในการประชุม ครม.   ครั้งหน้าเลย

"สพรั่ง".แย้ม.คมช..แจมการเมือง
 ด้าน พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และผู้ช่วยเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวถึงกระแสข่าวว่ามีคนใน คมช. จะลาออกมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงว่า อาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้ แต่ตนไม่กล้าพูด ส่วนจะหมายถึงตนหรือไม่ คิดว่าตน คงไม่เหมาะเป็นนักการเมือง ขอเป็นทหารอาชีพต่อ ดีกว่า ส่วนที่นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำคณะ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลและ คมช. นั้น ก็ขอบคุณ ทาง คมช. ยินดีรับฟัง และไม่ได้หงุดหงิดหรือรับไม่ได้ ส่วนตัวคิดว่าการทำงานร่วมกันระหว่าง คมช. และรัฐบาลไม่ได้มีช่องว่าง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพียงแต่ความเกรงใจต่าง ๆ จะลดลง
 
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก คมช. กล่าวถึงกรณีมีข่าวว่าจะมีการแต่งตั้งรองนายกฯ ดูแลงานด้านความมั่นคงว่า ในการประชุม คมช. ไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้ เพียงแต่ พล.อ.สนธิได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วบอกว่า มีข่าวออกมาว่าจะมีสมาชิก คมช. คนหนึ่งลาออก พูดจบท่านก็หัวเราะและพูดต่อว่าก็เป็นข่าวกันไปเรื่อย ซึ่งสมาชิก คมช. ก็พยักหน้ารับทราบพร้อมกับหัวเราะและบอกว่า เรายังรักษาความสมานฉันท์ในการที่จะทำงานร่วมกันต่อไป ไม่มีปัญหาอะไร ทั้งนี้ประธาน คมช.ได้พูดขึ้นมาว่าไม่รู้ข่าวออกมาได้อย่างไร ใครปล่อยออกไป อย่างไรก็ตาม สมาชิก ทุกคนยืนยันว่าไม่มีใครคิดจะลาออกไปนั่งตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงตามที่มีข่าวออก มาแต่อย่างใด

คมช..เล่นงาน."อ๋อย".ขัดคำสั่ง
 วันเดียวกันที่กองบัญชาการกองทัพบก ได้มีการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) โดยมี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. และประธาน คมช. เป็นประธาน ภายหลังการประชุม พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก คมช. แถลงว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับการดำเนินการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย โดย คมช.เห็นว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดคำสั่ง คปค.ฉบับที่ 15 และ 27 ซึ่งห้ามพรรคการเมืองดำเนินการประชุมหรือดำเนินกิจกรรมใด ๆ ทางการเมือง คมช. จึงมีมติต้องดำเนินการตามกฎหมาย โดย พล.อ.สนธิจะมีหนังสือถึง พล.อ.สุรยุทธ์เพื่อขอประสานการดำเนินการต่าง ๆ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้โดยตรง เช่น กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กกต. และ กอ.รมน.
 
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะดำเนินการอย่างไรกับนายจาตุรนต์ โฆษก คมช.กล่าวว่า การดำเนินการแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่นายจาตุรนต์ได้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองไปแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคงต้องรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ในส่วน กกต. คงแจ้งเตือนไปว่านายจาตุรนต์และสมาชิกดำเนินการไปนั้น เป็นสิ่งที่ขัดต่อประกาศ คปค. ทั้ง 2 ฉบับและมีผลต่อความมั่นคงขอให้หยุด ถ้าไม่หยุด คงต้องรวบรวมข้อมูลส่งให้อัยการสูงสุดดำเนินการต่อไป

สั่ง.3.หน่วยงานดำเนินการ
 พ.อ.สรรเสริญกล่าวต่อว่า ส่วนที่นายจาตุรนต์จะเดินทางไปภาคเหนือนั้น ทาง คมช. คงไม่ต้องขอร้องอะไร เพราะประกาศ คปค. มีความชัดเจน เมื่อมีช่องทางให้เดินแต่ไม่เดินเหมือน มีความรู้สึกว่าเราจะเอาชนะคะคานในเรื่องนี้ คล้าย กับฉันไม่บอกฉันจะทำถ้าแน่จริงก็มาจับ ตรงนี้ตน ว่าไม่ได้สร้างความรู้สึกสมานฉันท์ในบ้านเมือง จึงต้องดำเนินการไปตามกรอบของกฎหมาย
 
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าแสดงว่าถ้าหากนายจาตุรนต์ยังดื้อที่จะเดินหน้าพบปะกับประชาชนต่อไปเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้เลยใช่หรือไม่ พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า เป็นดุลพินิจของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ตอนนี้ตำรวจมีความชัดเจนอยู่แล้วว่าถ้าดำเนินการแล้วผิดตามประกาศของ คปค. ก็ถือว่าขัดคำสั่งเจ้าพนักงานเรื่องนี้ต้องมีความผิด ประธาน คมช. ทำหนังสือกราบเรียนนายกฯ ว่าจะประสานงานโดยตรงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และในส่วนของ พล.อ.วินัย ภัททิย กุล เลขาธิการ คมช. ได้ทำหนังสือ 3 ฉบับถึง กกต. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทย ให้แต่ละส่วนดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ มั่นใจว่าทุกฝ่ายต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพราะมีผลต่อการรักษาความสงบในภาพรวม

"อ๋อย".รอดูท่าทีก่อนเคลื่อนไหว
 นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวภายหลังทราบ คมช. สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินคดีจับกุม เนื่องจากมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ฝ่าฝืน ประกาศ คปค. ฉบับที่ 15 และ 27 ว่า ยังไม่มี  เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุม แต่เรื่องนี้ขอฟังผลของ คมช.ให้ชัดเจนก่อน จากนั้นในวันที่ 28 ก.พ. ตนจะเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง รวมถึงความชัดเจนในการลงพื้นที่ภาคเหนือระหว่างวันที่ 4-5 มี.ค. นี้ด้วย อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยืนยันว่าการลงพื้นที่พบประชาชนในภาคอีสาน ที่ผ่านมาไม่ผิดกฎหมาย
 
ด้าน ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกคณะทำงานจัดการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า ขณะนี้จะรอดูรายละเอียดในการดำเนินการของ คมช. ว่าใช้เหตุผลและข้อกฎหมายใดมาดำเนินการ เรายังเชื่อว่าไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย แต่คงต้องปรึกษาหารือร่วมกันอีกครั้ง เพราะไม่ ต้องการให้เกิดความไม่สบายใจในบ้านเมือง เราพร้อมรับฟัง ถ้าหากมีเหตุผลยอมรับได้ เราก็พร้อมปรับเปลี่ยนท่าทีในการดำเนินการ แต่ถ้าไม่มีเหตุผลเพียงพอหรือไม่เข้าท่าจริง ๆ เราก็พร้อมจะเดินหน้าเพื่อต่อสู้ตามแนวทางต่อไป
 
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส รักษาการ ผบ.ตร.กล่าวถึงกรณีที่ คมช.ให้ดำเนินคดีกับนายจาตุรนต์กรณีฝ่าฝืนประกาศ คปค. ว่า ตนยังไม่ได้รับคำสั่ง แต่ตำรวจจะติดตามเรื่องนี้ หากเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายตำรวจก็ต้องดำเนินการ

"มาร์ค".ให้.คมช..ยอมรับ.ปชต.
 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ คมช.กำลังตรวจสอบการลงพื้นที่ภาคอีสานของนายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทยว่า นับวันคำสั่ง คปค.ฉบับที่ 15 และ 27 ที่ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองจะเป็นปัญหากับรัฐบาล คมช.ตนอยากให้รัฐบาลและ คมช.เข้าใจธรรมชาติของการเมืองและยอมรับว่า หากจะเดินกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย เรื่อง การเคลื่อนไหวทางการเมืองถือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ตนมั่นใจว่าการยกเลิกคำสั่ง คปค.จะไม่มีปัญหาต่อความเชื่อว่าหลังจากนี้การมีกิจกรรมของนักการเมืองจะถี่ขึ้น เพราะเป็นธรรมชาติของพรรคการเมือง และหากพวกตนไม่ทำอะไรในวัน ข้างหน้าก็จะถูกประชาชนต่อว่าได้ว่านักการเมืองจะเห็นหน้ากันเฉพาะช่วงเลือกตั้ง ดังนั้นทั้งรัฐบาล และ คมช. น่าจะทบทวนตรงนี้ได้แล้ว
 
"ผมไม่เข้าใจว่ารัฐบาลและ คมช. เกรง กลัวอะไร เพราะในที่สุดก็ห้ามประชาชนไม่ได้ เนื่องจากไม่สามารถแยกได้ว่าประชาชนมาเคลื่อนไหวในฐานะประชาชนหรือสมาชิกพรรค ส่วนตัวแม้จะมีประกาศ คปค.อยู่ ก็ยังสามารถเคลื่อนไหวส่วนตัวได้ มั่นใจว่าจะไม่ทำอะไรที่กระทบต่อความมั่นคง" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

เตือนไม่ผ่อนปรนอาจเจอลุกฮือ
 สำหรับกรณีที่ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม ระบุว่าในเดือน มี.ค.-เม.ย. สถาน การณ์การเมืองจะร้อนแรงขึ้นนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนได้เคยเตือนเอาไว้ว่าจะมีปัญหาความขัดแย้ง และคำสั่ง คปค. ก็เป็นเงื่อนไขหนึ่ง หากรัฐบาลไม่ผ่อนคลายในเรื่องสิทธิเสรีภาพ จะทำให้มีความอึดอัดในตัวประชาชนมากขึ้นและรูปแบบการท้าทายจะมีมากขึ้น และหากรัฐบาลและ คมช. ไปดึงตัวเองให้อยู่ในมุมที่ถูกกล่าวหาได้ว่าขัดขวางประชาธิปไตย จะยิ่งทำให้ความตึงเครียดหรือปัญหาการเผชิญหน้าก็มีความเสี่ยงจะเกิดได้มากขึ้น อยากให้เข้าใจตรงนี้
 
ส่วนการคลี่คลายปัญหาตึงเครียดต่าง ๆ นั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า นายกฯต้องแสดงจุดยืนที่ชัดเจน โดยคลายข้อกังวลทั้งหมดเรื่องการสืบทอดอำนาจ เพียงแค่นี้จะช่วยให้รัฐบาลและ คมช.ไม่ตกเป็นจำเลยหรือถูกกล่าวหา หรือเรื่องที่จะสะสางในระบบการเมืองนั้น ควร ต้องประกาศให้ชัดว่าช่วง 7 เดือนที่เหลือเวลาในการทำงานจะทำอย่างไรบ้าง

กกต..เรียก."อ๋อย".มาเคลียร์
 นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการที่นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ตั้งฉายานายกฯ ว่าเป็นฤาษีเลี้ยงเต่าว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลและ คมช. จะต้องรับไปพิจารณาว่ามีที่มาอย่างไร ตนมองว่าไม่ใช่เป็นเพราะนายกฯ และรัฐมนตรีไม่ทำงาน เพียงแต่ไม่ได้ทำให้สังคมเห็นทิศทางภารกิจในระยะเวลาที่เหลืออยู่ไม่กี่เดือน
 
นางสดศรี สัตยธรรม กกต. กล่าวถึงกรณีที่ คมช.ระบุว่านายจาตุรนต์ ฝ่าฝืนคำสั่ง คปค. เรื่องห้ามดำเนินการทางการเมืองว่า ในวันที่ 28 ก.พ. กกต.จะประชุมเพื่อหารือในเรื่องนี้ว่าจะเรียกนายจาตุรนต์มาชี้แจงหรือไม่ และเพื่อพิจารณาการดำเนินการของนายจาตุรนต์ว่าเป็นการดำเนินการทางการเมืองหรือไม่ ในเบื้องต้น ประกาศ คปค.ที่ 15 และ 27 ไม่ได้กำหนดโทษไว้หากมีการฝ่าฝืน หากนายจาตุรนต์ทำผิดจริง ก็ อาจจะมีโทษตามมาตรา 66 ของ พ.ร.บ.ประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

"วาสนา".ขึ้นเบิกความยุบพรรค
 อีกด้านหนึ่งที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ คณะตุลาการรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคำร้องของอัยการสูงสุดที่ขอให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีที่สำนักงานอัยการสูงสุดส่งคำร้องมาขอให้ยุบพรรคไทยรักไทย พรรคพัฒนาชาติไทย และพรรคแผ่นดินไทย เป็นนัดที่ 7 ซึ่งเป็นการนัดสืบพยานของฝ่ายผู้ร้องคือ อัยการสูงสุดนัดสุดท้าย โดยมีนายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคณะกรรม การตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อรัฐ (คตส.) ในฐานะอดีตประธานอนุกรรมการตรวจสอบกรณีพรรคไทยรักไทยจ้างพรรคเล็กลงสมัครแข่งขันกับพรรคไทยรักไทยเพื่อหลีกเลี่ยงเกณฑ์คะแนนเสียง 20 เปอร์เซ็นต์ พล.ต.อ. วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธาน กกต. และในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง นายอภิชาต ศรวิชัย อนุฯ กกต.ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ พ.ต. โกเมธ ประทีปทอง และนายพันธมิตร ดวงทิพย์ ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคแผ่นดินไทย
 
นายนามเบิกความว่า ตนได้รับมอบหมายจากพล.ต.อ.วาสนาให้สอบ และเมื่อส่งผลสรุปไปให้กับ พล.ต.อ.วาสนา ก็ให้เรียกสอบเพิ่มเติมเพียงแค่ 3 คน คือ นายทวี สุวรรณพัฒน์ นายยุทธพงษ์ หรือพงษ์ศรี ศิวาโมกข์ และนายธีรชัย หรือต้อย จุลพัฒน์ แต่ไม่ได้ระบุว่าให้สอบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงไม่สามารถทำนอกเหนือคำสั่งได้ อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า ได้มีความพยายามที่จะหาตัวบุคคลทั้ง 3 มาสอบสวน แต่บุคคลทั้ง 3 ก็บ่ายเบี่ยงไม่ให้ความร่วมมือ ดังนั้นในฐานะประธานอนุกรรมการฯ เห็นว่าพยานทั้ง 3 เป็นคนสนิทของ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศราง กูร ณ อยุธยา อดีต รมว.กลาโหม จึงไม่จำเป็นต้องสืบเพิ่มเติม จากการสอบสวนเรื่องดังกล่าวทำให้สรุปได้ว่า เชื่อว่า พล.อ.ธรรมรักษ์ และนาย พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล และอดีต รมว.คมนาคม เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

เผยหมดหน้าที่ก่อนรู้ความจริง
 จากนั้น พล.ต.อ.วาสนาขึ้นให้การว่า หลังจากที่นายนามไม่สอบสวนพยานเพิ่มเติมตามที่ตนได้สั่งการไป จึงได้ให้อนุกรรมการอีกคนทำหน้าที่สอบสวนแทน ซึ่งพยานทั้ง 3 ปากยืนยันว่าไม่ได้รับเงินจาก พล.อ.ธรรมรักษ์ที่กระทรวงกลาโหม นอกจากนี้เมื่อมีการเชื่อมโยงถึงเจ้าหน้าที่ กกต.เข้าไปแก้ไขฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมือง ตนได้เรียกนายอมรวิทย์ สุวรรณผา เจ้าหน้าที่ กกต. ไปสอบสวนด้วยตัวเองถึง 3 วัน เพื่อต้องการรู้ว่ามีระดับรองเลขาธิการ กกต. และพรรคการเมืองไหนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่นายอมรวิทย์ก็ยืนยันว่ามีเพียงนายบุญทวีศักดิ์ อมรสินธุ์ หัวหน้าพรรคพัฒนาชาติไทยเพียงคนเดียวที่มาว่าจ้าง และไม่ปรากฏให้เห็นว่า พ.ต.ท. ทักษิณมีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการจ้างพรรคเล็กลงสมัคร จึงไม่ได้ตั้งอนุกรรมการฯ สอบสวนตามข้อเสนอของนายนาม
 
"สำหรับการสอบสวนของอนุฯ กกต. ผมมีความไม่สบายใจอย่างมาก เพราะเกิดเหตุการณ์ข้อมูลการสอบสวนรั่วไหลไปยังสื่อมวลชน ผมจึงตั้งคณะกรรมการฯ ขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง แต่ต้องมีเหตุให้พ้นจากตำแหน่งไปก่อน จึงไม่ทราบว่าผลการสอบสวนนั้นเชื่อมโยงถึงใครบ้าง ไม่เช่นนั้นคงจะทราบว่าใครเป็นผู้ที่ทำให้ข้อมูล ที่เป็นความลับรั่วไหล" อดีตประธาน กกต.กล่าว

รอ.1.มี.ค..รู้ผล."แม้ว".เบิกความ
 ด้าน พ.ต.โกเมธให้การว่า เอกสารผลการสอบสวนของอนุกรรมการฯ นั้นตนได้ให้นายนาม ในฐานะประธานอนุฯ กกต.ลงนามในเวลาประมาณ 17.00 น. ซึ่งนายนามได้ขอให้ตนถ่ายเอกสารให้ 1 ชุด จึงได้ถ่ายเอกสารในฉบับจริงที่ลงตราประทับ "ลับ" เรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงนำตัวจริงไปให้หน้าห้องของ พล.ต.อ.วาสนา และ หลังจากนั้นตนไม่ทราบว่าเอกสารไปอยู่ที่ใด ยืนยันว่าตนไม่ได้เกี่ยวข้องหรือเป็นคนเผยแพร่เอกสาร ดังกล่าวออกไป
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการพิจารณา นายฐานิศ เกศวพิทักษ์ ตุลาการ ได้แจ้งคู่กรณีถึงคำร้องของอัยการสูงสุดเพื่อขอให้สืบนายสุวโรช พะลัง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพยานของอัยการสูงสุดเพิ่มเติม แต่ผู้ถูกร้องได้คัดค้าน โดยระบุว่าเลยระยะเวลาการยื่นคำให้การเพิ่มเติม และนายสุวโรชก็อยู่ในห้องพิจารณาคดีตั้งแต่ต้น จึงอาจจะมีผลต่อการพิจารณาคดีได้ คณะตุลาการจึงได้นัดประชุมอีกครั้งโดยจะอนุญาตให้เพิ่มนาย สุวโรชเป็นพยานหรือไม่ในวันที่ 1 มี.ค.นี้ นอกจากนี้ในวันเดียวกันจะสอบถามความเห็นของอัยการสูงสุดว่าติดใจคัดค้านคำให้การเป็นเอกสารของ พ.ต.ท.ทักษิณ และจะต้องนำ พ.ต.ท.ทักษิณ มาเป็นพยานหรือไม่

ส่งคำให้การ."แม้ว".ไปแล้ว
 นายสมศักดิ์ โตรักษา ทนายความแก้ต่างคดีที่อัยการสูงสุดยื่นคำร้องให้ยุบพรรคไทยรักไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ทีมกฎหมายของพรรคไทยรักไทย ได้นำคำชี้แจงของ พ.ต.ท. ทักษิณซึ่งเป็นพยานปากสำคัญในคดีนี้ ยื่นต่อตุลา การรัฐธรรมนูญแล้ว โดยคำชี้แจงยืนยันว่า ในการประชุมของพรรคไทยรักไทยได้ย้ำต่อประธานผู้ทำหน้าที่ดูแลการเลือกตั้งในแต่ละภาคว่าห้ามกระทำ การที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง โดยได้มี การอ้างบันทึกการประชุม และนำคำให้สัมภาษณ์ ที่มีการลงข่าวในสิ่งพิมพ์และทางเว็บไซต์อ้างเป็นพยานหลักฐานด้วย
 
นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า หลังจากยื่นคำชี้แจงของ พ.ต.ท.ทักษิณไปแล้วก็ต้องรอดูว่า ทางอัยการจะติดใจต้องการซักถามประเด็นใดเพิ่ม เติมจากคำชี้แจงที่ยื่นไปหรือไม่ หากอัยการติดใจต้องการซักถามเพิ่มเติม ทางทีมกฎหมายของพรรคก็คงต้องหารือกับคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางทีมกฎหมายของพรรคเตรียมเสนอให้มีการซักถาม พ.ต.ท.ทักษิณผ่านทางวิดีโอคอนเฟอ เรนซ์ โดยจะไม่ใช้วิธีให้ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางมาให้การด้วยตนเอง เพราะไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ของบ้านเมืองในขณะนี้

"พงศ์เทพ".ชี้.ทรท..ได้ประโยชน์
 นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า จากการไต่สวนคดีที่ผ่านมา มีโอกาสได้ซักค้านพยานของอัยการ หลายคนที่เราได้ซักค้านได้ให้การเหมือนกับที่เคยได้ให้การมาในชั้นต้น ตรงนี้ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อพรรค ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนพยานของทางพรรคจะเริ่มให้ปากคำเมื่อใด นายพงศ์เทพกล่าวว่า เราจะเริ่มสืบพยานที่เป็นฝ่ายเราตั้ง แต่วันที่ 6 มี.ค. เป็นต้นไป โดยพยานของพรรคที่ได้กำหนดไว้ได้แก่ อดีตหัวหน้าพรรค นายจาตุรนต์ ฉายแสง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และตนเอง

หวั่น รธน..ถูกฆ่าตัดตอน
 อีกด้านหนึ่งที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ มี น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เป็นประธาน ก่อนเริ่มการประชุม น.ต.ประสงค์ได้กล่าวถึงกระแสข่าวว่าความพยายามล้มการทำประชามติเพื่อไม่ให้รับร่างรัฐธรรมนูญว่า รัฐธรรมนูญยังไม่เป็นรูปเป็นร่างก็ต่อต้านกันแล้ว ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะมีเนื้อหาอย่างไรบ้าง ถือว่าไม่มีเหตุผล เรื่องการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญไม่ใช่หน้าที่ของ กมธ.ยกร่างฯ แต่เนื้อหาสำคัญที่ กมธ.ยกร่างฯ จะบอกให้สังคมทราบว่า ได้กำหนดอนาคตของประเทศภายใต้กรอบกติกาสูงสุดนี้ไว้อย่างไรบ้าง ผลงานจะเป็นเครื่องพิสูจน์
 
"รัฐธรรมนูญเพิ่งตั้งท้องเท่านั้นก็จะฆ่าตัดตอนกันแล้ว มีนักข่าวมาถามผมว่ามีผู้ขอเสนอให้ต่ออายุ กมธ.ยกร่างฯ ผมก็ไม่ทราบเรื่อง และตอบไปว่าในที่ประชุมไม่มีใครพูดเรื่องนี้ ยังไม่ทันไปถึงไหนเลยจะต่ออายุกันแล้ว ผมบอก  ผู้สื่อข่าวว่า กมธ. ยกร่างฯ มีกรอบเวลาชัดเจน ส่วนเรื่องจะต่ออายุหรือไม่นั้น ไม่ใช่เรื่องของ กมธ. ยกร่าง" น.ต.ประสงค์กล่าว

ไร้ข้อยุติโทษประหาร
 นายธงทอง จันทรางศุ โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงว่า ที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอของคณะอนุกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญถึงประเด็น การลงโทษประหารชีวิตควรมีอยู่ต่อหรือไม่ โดยมีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยฝ่ายที่เห็นควรให้ยกเลิกอ้างว่า เป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ขณะที่อีกฝ่ายมองว่ายังจำเป็นต้องคงไว้ แต่จะลงโทษประหารชีวิตเฉพาะคดีอุกฉกรรจ์ที่สุด
 
ส่วนประเด็นการแทรกแซงสื่อนั้น นายธงทองกล่าวว่า เห็นควรบัญญัติคุ้มครองการเสนอข่าว ความเห็น หรือตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐ และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นอกจากนี้ยังได้เพิ่มสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่ม ควรให้ข้าราชการมีสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่มและแสดงความคิดเห็นได้ แต่จะต้องไม่กระทบต่อการจัดบริการสาธารณะ อย่างไรก็ตาม บางประเด็นที่ประชุมยังไม่มีข้อสรุป จะนำไปพิจารณา ปรับปรุงโดยเฉพาะการสัมมนา กมธ.ยกร่างฯ วันที่ 5-10 มี.ค. นี้คงจะได้หาข้อยุติต่อไป

เสนอร่างประชามติเข้า ครม.
 นางสดศรี สัตยธรรม กกต. และเลขานุการ กมธ.ยกร่างหลักเกณฑ์วิธีการออกเสียงประชามติ และการออกเสียงประชามติ สภาร่างรัฐธรรมนูญแถลงว่า ในส่วนของ กกต.ได้เตรียมพร้อมการทำประชามติ โดยได้ยกร่างเสร็จแล้ว และพร้อมที่จะเสนอต่อ ครม. นอกจากนี้ยังเตรียมกำหนดระเบียบและวิธีปฏิบัติ ส่วนที่มี ส.ส.ร.บางส่วนเสนอวิธีการการทำประชามติผ่านทางไปรษณีย์และระบบเอทีเอ็มนั้น ในทางปฏิบัติอาจมีปัญหามากกว่าการจัดเลือกตั้งในคูหา
 
"หลักสากลทั่วโลกในการลงประชามติก็ใช้วิธีลงในคูหา เพราะเป็นวิธีลงคะแนนลับและทุกคนยอมรับ ตอนนี้วิธีลงคะแนนในคูหาคงดีที่สุด ที่ ส.ส.ร.บางท่านเสนอก็เป็นหลักการที่ดี แต่คนปฏิบัติกับคนออกไอเดียมักสวนทางกัน อย่า ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากดีกว่า รวมทั้งกรอบเวลาในการดำเนินการก็สั้นมาก" นางสดศรกล่าว

สรุปกุหลาบแก้วเป็นนอมินี
 ส่วนการเมืองอื่นที่รัฐสภา มีการประชุมคณะอนุกรรมาธิการตำรวจและสิทธิมนุษยชน มี น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ สนช. เป็นประธาน ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาเกี่ยวกับความล่าช้าการคลี่คลายคดีของบริษัทกุหลาบแก้วเป็นตัวแทนถือหุ้นแทนบริษัทต่างชาติ กรณีการซื้อขายหุ้นจากบริษัทชินคอร์ปฯ โดย พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์  เตมียาเวส รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ได้ส่ง พล.ต.ท.ชาญวุฒิ วัชรพุกก์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.วิเชียร ฉิมปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะหัว หน้าพนักงานสอบสวน มาชี้แจงแทน 
 
พล.ต.ท.ชาญวุฒิชี้แจงถึงความคืบหน้าของคดีว่า พนักงานสอบสวนได้รวบรวมข้อมูลได้เกือบครบถ้วนพอสมควรแล้ว แต่ยังติดขัดเรื่องการสอบปากคำพยานที่เป็นต่างชาติที่เหลืออีกไม่เกิน 7 ปาก ขณะนี้ได้ประสานขอความร่วมมือไปยังอัยการสูงสุด กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอความร่วมมือไปยังประเทศอังกฤษ ตรวจสอบ การจดทะเบียนของบริษัทแฟร์มอส อินเวสเมนท์กรุ๊ปจำกัด รวมทั้งประเทศสิงคโปร์เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการโอนเงินของธนาคารเครดิตสวิสต์ เฟริสบอสตัน เนื่องจากมีการโอนเงินผ่านไปยังผู้ถือหุ้นบริษัทกุหลาบแก้ว และผู้เกี่ยวข้อง ทั้งนี้คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้ 

อาทิตย์หน้าชัดเจนตั้งข้อหา
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อนุกรรมาธิการ หลายคนได้สอบถามความเกี่ยวกับการพิจารณาคดีว่าจะเสร็จเมื่อใด เพราะจากฟังการชี้แจงคิดว่าน่าจะเอาผิดได้แล้ว ซึ่ง พล.ต.ท.ชาญวุฒิก็กล่าว ตอบ ว่าจะเร่งรัดคดีนี้ด้วยความรอบคอบ ขณะนี้ได้ข้อมูลหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะช่องทางการตั้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในความผิดแต่ละขั้นตอน ไม่ต้องรอสรุปสำนวนคดีก่อน และจะเร่งดำเนินคดีนี้ให้เสร็จเร็วที่สุด จากหลักฐานข้อมูลที่ได้มาเพิ่มเติมพบว่าการทำธุร   กรรมของบริษัทกุหลาบแก้วมีแนวโน้มเป็นนอมินีตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ชี้มูลมาให้ คาดว่าสัปดาห์หน้าอาจจะมีความชัด เจนในการตั้งข้อหาเพื่อส่งดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด

ม็อบล้อมทำเนียบ 4 ด้าน
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มสภาเครือข่าย องค์กรประชาชนแห่งประเทศไทย (สค.ปท.) ซึ่งชุมนุมอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อขอเจรจากับ พล.อ.สุรยุทธ์ เรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร ได้แบ่งกลุ่ม ๆ ละ 50 คน เดินเท้าไปปิดล้อมประตูทำเนียบทั้ง 4 ด้าน เพื่อแสดงเจตจำนงขอพบ และเจรจากับนายกฯ ในฐานะที่เป็นประธานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ทำให้การจราจรโดยรอบทำเนียบติดขัดเป็นอย่างมาก อย่างไร   ก็ตาม ทางกลุ่มสภาเครือข่ายฯ ได้ปิดล้อมอยู่ประมาณ 1 ชม. ก่อนที่จะเดินเท้ากลับมาปักหลักชุมนุมอยู่ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลต่อไป
 
ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการเข้าเยี่ยมคารวะพล.อ.สุรยุทธ์ของนายถัง เจียสวน มนตรีแห่งรัฐ ซึ่งเป็นผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีจีนที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยในโอกาสเฉลิมพระชนม พรรษา 80 พรรษาว่า นายถังได้ยืนยันกับนายกฯ ว่ารัฐบาลจีนมีนโยบายที่จะไม่แทรกแซงกิจการ ภายในของไทย และยืนยันว่าความสัมพันธ์ของไทยและจีนจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน รวมทั้งจีนจะไม่ยอมให้ใครมาใช้ประเทศของเขา เป็นฐานในการต่อต้านรัฐบาลอื่นอย่างแน่นอน

เผย."ลุงแซม".เชิญ."แม้ว".จ้อ
 นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาฝ่าย   กฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ เปิดเผยว่า ระหว่างที่พ.ต.ท.ทักษิณพำนักอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ นอกจากจะมีสถาบัน IISS เชิญไปบรรยายพิเศษเรื่องประชาธิปไตยแล้ว ยังมีสถาบัน ลักษณะเดียวกันนี้แห่งหนึ่ง ของประเทศสหรัฐอเมริกาติดต่อเชิญ พ.ต.ท.ทักษิณไปบรรยายพิเศษ เกี่ยวกับประชาธิปไตยและภาพรวมการเมืองในเอเชียอาคเนย์ด้วยเช่นกัน แต่ พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่ได้ตอบรับ เวลานี้ท่านไม่อยากตอบรับอะไรที่จะ เป็นปัญหา เราไม่อยากทำเพราะเวลานี้คะแนนนิยม กำลังขึ้นอยู่ และเราไม่ได้มีเป้าหมายทางการเมือง นอกจากนี้ยังมีสื่อมวลชนของอังกฤษหลายแห่งติดต่อขอสัมภาษณ์ อาทิ รอยเตอร์ บีบีซี ไฟแนล เชี่ยล ไทม์ ซึ่งก็ยังไม่ได้ตอบตกลงเช่นกัน
 
นายนพดลกล่าวต่อว่า ส่วนที่มีคน บางส่วนเข้าใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณจ่ายเงินว่าจ้างสื่อเพื่อให้ได้เป็นข่าวและขึ้นปก อย่างเช่นกรณีนิตยสารไทม์นั้น สื่อขนาดใหญ่แบบนั้นคงไม่มีใครไปซื้อเขาได้ ถ้าคิดว่าซื้อได้ตนก็อยากให้คนที่พูด ลองไปซื้อดู ถ้าทำได้ตนก็พร้อมจะรับผิดชอบ คำพูด.

 

ที่มาจาก เดลินิวส์



หน้าแรก
กะฉ่อน พิตตี้
กะฉ่อน Chat
กะฉ่อน มือถือ
กะฉ่อน ไดอารี
กะฉ่อน นางแบบ
กะฉ่อน รวมดารา
กะฉ่อน พาไปกิน
กะฉ่อน พาเที่ยว
กะฉ่อน เว็บบอร์ด
กะฉ่อน Pic Post
กะฉ่อน ฝากรูปฟรี
กะฉ่อน พระเครื่อง
กะฉ่อน เพศศึกษา
กะฉ่อน เพื่อน MSN
กะฉ่อน ดูหนังใหม่
กะฉ่อน เทคโนโลยี
กะฉ่อน ดูทีวีออนไลน์
กะฉ่อน ดูดวง
KaChon Pub*
Clip.kachon.com
KaChonGameCenter
   

หน้าแรก | เว็บบอร์ด | พระเครื่อง | เพื่อน MSN | ฝากรูปฟรี | ทีวีออนไลน์ | เกมส์ | เทคโนโลยี | หนังใหม่ | คลิปวิดีโอ | เพศศึกษา | กะฉ่อนพาเที่ยว | กะฉ่อนพากิน | นางแบบ | มือถือ | ไดอารี | พิตตี้ | ทีมงานกะฉ่อน.คอม